Category: ธรณีแปรสัณฐาน

ภูเขาที่สูงที่สุดในโลก: คู่แข่งของเอเวอร์เรสต์!

ภูเขาที่สูงที่สุดในโลก: คู่แข่งของเอเวอร์เรสต์!

          ใครที่คิดว่าเทือกเขาเอเวอร์เรสต์สูงที่สุดในโลกแล้วละก็ ลองคิดใหม่ได้ เพราะตอนนี้เอเวอร์เรสต์มีคู่แข่งที่สูงกว่าซะแล้ว ว่าแต่..ภูเขาอื่นจะสูงกว่าได้อย่างไร แฮะๆ ชักสงสัยแล้วใช่มั้ยครับ วันนี้ผมจะแนะนำคู่แข่งอันน่ากลัวของเอเวอร์ให้ได้รู้จักกัน ไปดูกันได้เลย เอเวอร์เรสต์: สูงเหนือระดับน้ำทะเลมากที่สุด คนส่วนใหญ่ทราบกันดีว่ายอดเขาเอเวอร์เรสต์นั้นคือภูเขาที่สูงที่สุดในโลก ซึ่งดึงดูดให้นักปีนเขาจากทั่วโลกให้เดินทางมายังที่แห่งนี้ เพื่อที่จะพิชิตส่วนที่สูงที่สุดในโลกนี้ให้ได้ ยอดเขาเอเวอร์เรสต์นั้นมีความสูง 8,848 เมตร (29,028 ฟุต) เหนือระดับน้ำทะเล ซึ่งความสูงระดับนี้เองที่ทำให้เอเวอร์เรสต์มีความสูงมากกว่ายอดเขาอื่นๆ ในโลก (the Highest altitude) ยอดเขาเอเวอร์เรสต์   ด้วยความสูงเหนือระดับน้ำทะเลนี้ทำให้เอเวอร์เรสต์เป็นภูเขาที่สูงที่สุดในโลก Mauna Kea: ภูเขาที่มีความสูงมากที่สุด Mauna Kea มีความสูงเหนือระดับน้ำทะเล 4,205 เมตร (13,796  ฟุต) ซึ่งต่ำกว่าเอเวอร์เรสต์มาก แต่อย่างไรก็ตามด้วยความที่ภูเขา Mauna Kea เป็นเกาะกลางมหาสมุทร ในหมู่เกาะฮาวาย ดังนั้นถ้าวัดระยะจากฐานบริเวณใกล้กับพื้นมหาสมุทรถึงยอดเขาแล้ว จะพบว่าภูเขา Mauna Kea นั้นมีความสูงมากกว่าภูเขาเอเวอร์เรสต์ Mauna Kea มีความสูงมากกว่า 10,000 เมตร เมื่อเทียบกับเอเวอร์เรสต์ที่มีความสูงเพียง 8,848 เมตร ทำให้ Mauna Kea […]

Read more ›
ผืนแผ่นดินใหญ่พันเจีย (Pangaea Supercontinent)

ผืนแผ่นดินใหญ่พันเจีย (Pangaea Supercontinent)

“ผืนแผ่นดินใหญ่ (supercontinent)” คือคำที่ใช้เรียกผืนแผ่นดินกว้างใหญ่ที่ประกอบไปด้วยแผ่นทวีปต่างๆ ส่วนใหญ่รู้จักผืนแผ่นดินใหญ่กันในนาม “พันเจีย (Pangaea หรือ Pangea)” ที่ซึ่งเกิดขึ้นเมื่อประมาณ 225 ล้านปีก่อน ในขณะนั้นแผ่นทวีปขนาดใหญ่ได้รวมกันเป็นผืนแผ่นดินใหญ่พันเจีย * เพิ่มเติม: คำว่าพันเจีย (Pangea) เป็นสมมุติฐานที่อัลเฟรด เวเกเนอร์ (Alfred Wegener) ริเริ่มขึ้น โดยสมมุติฐานนี้กล่าวว่า เดิมโลกนี้เป็นผืนแผ่นดินกว้างใหญ่เพียงผืนเดียว เรียกว่า พันเจีย มหาสมุทรที่อยู่รอบๆ เรียกว่า พันทาลัสซา (Panthalassa) และต่อมาผืนแผ่นดินใหญ่นี้ได้แยกออกจากกันกลายเป็นทวีปต่างๆ ในปัจจุบัน ผืนแผ่นดินใหญ่ของพันเจียต่อมาได้แตกแยกออกเป็นแผ่นทวีปต่างๆ ในปัจจุบัน ภาพด้านล่างแสดงถึงที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ของพันเจียและลักษณะการเคลื่อนที่ของแผ่นทวีปตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน การเคลื่อนที่ของแผ่นทวีปทั้งหลายเหล่าอธิบายโดยทฤษฎีธรณีแปรสัณฐานของแผ่นเปลือกโลก (The theory of plate tectonics) ที่กล่าวว่าเปลือกโลก (Earth’s outer shell) ถูกแบ่งออกเป็นแผ่นย่อยๆ แผ่นเปลือกโลกเหล่านี้ประกอบด้วยเปลือกโลกและส่วนหนึ่งของชั้นแมนเทิลที่อยู่ข้างใต้ โดยแผ่นเปลือกโลกนั้นเคลื่อนตัวอยู่เหนือบริเวณชั้นแมนเทิลที่อ่อนไหวในอัตราไม่กี่เซนติเมตรต่อปี กระแสความร้อนไหลวน (convection currents) ในชั้นแมนเทิลที่เกิดจากการระบายความร้อนจากภายในโลกนั้นเป็นตัวการให้การเกิดการเคลื่อนที่ของแผ่นเปลือกโลกเหล่านั้น ถ้าเราศึกษาแผนที่ข้างใต้นี้ เราจะพบว่าต่อไปมหาสมุทรแอตแลนติก (Atlantic Ocean) จะมีความกว้างเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ในขณะที่มหาสมุทรแปซิฟิก (Pacific Ocean) กำลังจะปิดตัว […]

Read more ›
แนวแผ่นเปลือกโลกลู่เข้าหากัน

แนวแผ่นเปลือกโลกลู่เข้าหากัน

แนวแผ่นเปลือกโลกลู่เข้าหากัน คือบริเวณที่แผ่นธรณีภาค (lithospheric plates) มีการเคลื่อนที่เข้าหาอีกแผ่นหนึ่ง การเคลื่อนที่เข้าชนกันของแผ่นเปลือกโลกนี้สามารถก่อให้เกิดแผ่นดินไหว ภูเขาไฟ และการเปลี่ยนลักษณะของเปลือกโลก (crustal deformation)

Read more ›
แนวแผ่นเปลือกโลกตามรอยเลื่อนแปรสภาพขนาดใหญ่

แนวแผ่นเปลือกโลกตามรอยเลื่อนแปรสภาพขนาดใหญ่

แนวแผ่นเปลือกโลกตามรอยเลื่อนแปรสภาพขนาดใหญ่ คือบริเวณที่แผ่นเลือกโลกสองแผ่นเคลื่อนที่เฉือนผ่านกัน บริเวณที่มีการแตก (fracture zone) ที่ทำให้เกิดแนวแผ่นเปลือกโลกเลื่อนผ่านกันนี้เรียกว่า “รอยเลื่อนแปรสภาพขนาดใหญ่ (transform fault)” ส่วนมากมักพบรอยเลื่อนแปรสภาพขนาดใหญ่ในแอ่งมหาสมุทรและเชื่อมต่อระหว่างเทือกเขากลางสมุทร (Mid-ocean ridge) ที่เหลือมกัน และส่วนน้อยพบบริเวณเชื่อมต่อระหว่างเทือกเขากลางสมุทรกับเขตการมุดตัวของแผ่นเปลือกโลก (subduction zones) 

Read more ›
โครงสร้างภายในโลก (เปลือกโลก-แมนเทิล-แกนโลก)

โครงสร้างภายในโลก (เปลือกโลก-แมนเทิล-แกนโลก)

โครงสร้างภายในโลก (เปลือกโลก-แมนเทิล-แกนโลก) Earth’s Internal Structure (Crust – Mantle – Core)            โครงสร้างภายในโลก:การศึกษาธรณีแปรสัณฐาน (Tectonics) มีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับโครงสร้างภายในโลก ตัวอย่างที่ใช้ได้ดีเกี่ยวกับโครงสร้างของโลกคือการเปรียบโลกของเราเหมือนกับผลไม้ที่มีเมล็ดขนาดใหญ่ เช่น ลูกท้อ หรือ ผลพลัม ซึ่งคนส่วนใหญ่มักจะรู้จักผลไม้เหล่านี้และรู้ดีว่าลักษณะตอนมันถูกผ่าครึ่งเป็นอย่างไร ยิ่งไปกว่านั้นมาตราส่วนขนาดของแต่ละส่วนก็คล้ายกับโครงสร้างโลกด้วย ถ้าเราผ่าครึ่งผลไม้เราจะเห็นส่วนประกอบภายใน 3 ส่วน คือ 1. เปลือกผิวบางๆ 2. เมล็ดที่อยู่แกนกลาง และ 3. เนื้อผลไม้ เช่นกันเมื่อเราผ่าโลกออกครึ่งหนึ่ง เราก็จะเห็น 1.เปลือกโลกชั้นบางด้านนอกสุด 2.แกนโลกขนาดใหญ่ที่อยู่ตรงแกนกลาง และ 3. ชั้นแมนเทิลที่ประกอบเป็นเนื้อโลก เปลือกโลก (Earth’s Crust): เปลือกโลกแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือเปลือกโลกภาคพื้นมหาสมุทรชั้นบางที่วางตัวอยู่ใต้มหาสมุทรและเปลือกโลกภาคพื้นทวีปชั้นหนาที่วางตัวเป็นแผ่นทวีป เปลือกโลกทั้งสองมีส่วนประกอบที่ต่างกัน โดยเปลือกโลกภาคพื้นมหาสมุทรมีส่วนประกอบหลักเป็นหินบะซอลต์ (basalt) ส่วนเปลือกโลกภาคพื้นทวีปมีส่วนประกอบหลักเป็นหินแกรนิต (granite) การที่เปลือกโลกภาคพื้นทวีปมีความหนาแน่นต่ำทำให้เปลือกโลกภาคพื้นทวีปลอยอยู่เหนือชั้นแมนเทิลที่มีความหนาแน่นสูงกว่าที่วางตัวอยู่ข้างใต้ ชั้นแมนเทิล (Earth’s Mantle): ชั้นแมนเทิลมีส่วนประกอบหลักเป็นหินที่มีปริมาณแร่โอลิวีนสูง ( olivine-rich rock ) อุณหภูมิของชั้นแมนเทิลมีความแตกต่างกันตามความลึก […]

Read more ›
แนวแผ่นเปลือกโลกแยกตัว

แนวแผ่นเปลือกโลกแยกตัว

แนวแผ่นเปลือกโลกแยกตัว คือบริเวณที่ซึ่งแผ่นเปลือกโลกมีการเคลื่อนออกจากกัน ซึ่งเกิดขึ้นบนบริเวณที่มีการลอยขึ้นของการหมุนเวียนความร้อน (rising convection currents ) กระแสความร้อนที่ลอยขึ้นได้ผลักดันส่วนล่างของ ธรณีภาค (lithosphere) จนยกขึ้นและไหลไปทางด้านข้างภายใต้ธรณีภาค การไหลไปทางด้านข้างนี้ได้ลากแผ่นเปลือกโลกด้านบนให้ไหลตามไปด้วย แผ่นเปลือกโลกที่ยกตัวขึ้นจะบางลงจนแตกและแยกออกจากกันในที่สุด

Read more ›
รอยผิดวิสัยโมโหโรวิสิกคืออะไร

รอยผิดวิสัยโมโหโรวิสิกคืออะไร

รอยผิดวิสัยโมโหโรวิสิกคืออะไร รอยผิดวิสัยโมโหโรวิสิก (Mohorovičić Discontinuity) หรือ รอยผิดวิสัยโมโห คือรอยต่อระหว่างเปลือกโลก (crust) กับชั้นแมนเทิล (mantle) ในทางธรณีวิทยาคำว่า “รอยผิดวิสัย (discontinuity)” คือบริเวณพื้นผิวที่คลื่นไหวสะเทือนมีการเปลี่ยนแปลงความเร็ว ซึ่งหนึ่งในนั้นพบปรากฏอยู่ที่ความลึกเฉลี่ย 8 กิโลเมตรใต้เปลือกโลกภาคพื้นมหาสมุทร และที่ความลึกเฉลี่ยประมาณ 32 กิโลเมตรใต้เปลือกโลกภาคพื้นทวีป บริเวณดังกล่าวคลื่นไหวสะเทือนจะมีความเร็วเพิ่มขึ้น และเป็นที่รู้จักกันดี เรียกว่า “รอยผิดวิสัยโมโหโรวิสิก (Mohorovičić Discontinuity)” หรือมักจะเรียกง่ายๆ ว่า “โมโห (Moho)”   รอยผิดวิสัยโมโหถูกค้นพบได้อย่างไร? รอยผิดวิสัยโมโหถูกค้นพบเมื่อปี ค.ศ.1909 โดยนักคลื่นไหวสะเทือน (seismologist) ชื่อว่า Andrija Mohorovičić ซึ่งนาย Mohorovičić รู้ดีว่าความเร็วของคลื่นไหวสะเทือนมีความสัมพันธ์กับความหนาแน่นของวัตถุที่คลื่นเคลื่อนที่ผ่าน เขาได้ทำการแปลความหมายถึงการเพิ่มขึ้นของความเร็วคลื่นไหวสะเทือนที่ส่งผ่านใต้ผิวโลกว่ามีการเปลี่ยนแปลงของส่วนประกอบใต้โลก ซึ่งการเพิ่มความเร็วนั้นเนื่องมาจากวัสดุมีความหนาแน่นเพิ่มขึ้นตามความลึกที่เพิ่มขึ้น วัสดุความหนาแน่นต่ำใต้ผิวโลกมักอ้างถึงชั้นเปลือกโลก (Earth’s crust) ส่วนชั้นที่มีความหนาแน่นมากกว่าที่อยู่ข้างใต้ก็คือชั้นแมนเทิล (Earth’s mantle) จากการวิเคราะห์ค่าความหนาแน่นอย่างละเอียดพบว่ามีวัสดุที่มีค่าความหนาแน่นคล้ายหินที่มีแร่ประกอบโอลิวีนมาก เช่น เพอริโดไทต์ (peridotite) วางตัวอยู่ใต้แผ่นเปลือกโลกมหาสมุทรบะซอลต์ (basaltic oceanic crust) และแผ่นเปลือกโลกภาคพื้นทวีปแกรนิต (granitic continental […]

Read more ›